Cover Story





B- School





Small Biz





ถนนนักลงทุน





Local Biz





Property





ธุรกิจการตลาด





Travel Biz





Food Biz





I - Biz





Auto Biz




วันศุกร์ที่ 03 มิถุนายน พ.ศ. 2548














แกะรอย "มหา'ลัย ไซเบอร์" แหล่งผลิตปัญญาชนยุคไอซีที

"มหาวิทยาลัย" ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตปัญญาชนชั้นเยี่ยม มาวันนี้หลายๆ แห่งหันมาวาดลวดลายเชิง "การตลาด" สู่สาธารณชนเพิ่มมากขึ้น เห็นจากการโฆษณาถี่ยิบตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยหลายแห่งพยายามหาความโดดเด่นของตัวเอง เพื่อสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น "มหาวิทยาลัยกรุงเทพ" เป็นหนึ่งในหลายๆ มหาวิทยาลัย ที่ชูความโดดเด่นด้วยการนำ "ไอที" เป็นตัวทำตลาดหลักหลักผ่านไปยังปัญญาชนที่สนใจเดินเข้ามาหาความรู้ แต่จะได้ความไฮเทคพ่วงเข้าไปด้วย

ปัจจุบัน "มหาวิทยาลัยกรุงเทพ" ได้นำเอาระบบไอทีมาช่วยบริหารจัดการภายในได้อย่างเต็มรูปแบบด้วย "ระบบอี-เซอร์วิส" ที่ทางมหาวิทยาลัยได้คิดค้น และพัฒนามาประมาณ 8 ปี โดยมีต้นแบบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังก้องโลกอย่าง "คอร์แนล" และเบิร์กเล่ย์ ในสหรัฐอเมริกา

เมื่อไม่นานมานี้ "มหาวิทยาลัยกรุงเทพ" ถูกจัดให้อยู่ในอับดับที่ 76 ขององค์กรที่มีการพัฒนาทางด้านไอทีมากที่สุดในเอเชียปี 2547 (2004) จากนิตยสาร Managing Information Strategies (MIS)

ผศ.สมจิตต์ ลิขิตถาวร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า การนำระบบไอทีมาใช้ประโยชน์จะช่วยให้การเรียนการสอน การบริหารงานภายในเป็นไปอย่างคล่องแคล่ว ช่วยลดค่าใช้จ่าย

โดยเฉพาะสามารถลด "ค่ากระดาษ" ได้อย่างมหาศาล ที่สำคัญไลฟ์สไตล์ของนักศึกษาที่นี่ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ลงทะเบียนก็ใช้วิธีลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน http://ursa.bu.ac.th นักศึกษาสามารถเช็คตารางสอน ข้อมูลของตัวเองได้ผ่านเวบไซต์นี้

"นักศึกษาที่นี่ใช้ระบบเอสเอ็มเอส (SMS) ที่ทุกคนใช้ส่งข้อความคิดถึงกัน มาใช้ในการเช็คเกรด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพียงครั้งละ 1 บาท หรือการแจ้งยกเลิกคลาสเรียนก็สามารถทำได้ด้วยการส่งเอสเอ็มเอสแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบ URSA on Mobile ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาภาคค่ำมากเพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมา" อาจารย์สมจิตต์ เล่า

อาจารย์ บอกว่า บางครั้งถ้าอาจารย์ต้องการฝากข้อความไปถึงนักศึกษา เช่น บอกว่าให้นำหนังสือเล่มนี้มาเรียนด้วยก็สามารถส่งผ่านระบบเอสเอ็มเอส หรือทางบริการ Mail-to-My-Students ได้ และนักศึกษายังสามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาติดต่อที่สำนักทะเบียนอีกต่อไป

อีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกความเป็น "อี-เซอร์วิส" ครบวงจรของที่นี่ คือ บัตรนักศึกษาที่ใช้ระบบ "สมาร์ทการ์ด" โดยตอนนี้มีการใช้ระบบเติมเงินแบบพรีเพดสามารถจ่ายค่าบริการต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้ รวมทั้งการเข้าใช้ห้อง และอุปกรณ์ทุกอย่างต้องรูดผ่านบัตรสมาร์ทการ์ดเท่านั้น

อาจารย์ สมจิตต์ บอกว่า ตอนนี้มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการพัฒนา "ระบบอี-เลิร์นนิ่ง" (E-Learning) ไปได้ประมาณ 20% ของวิชาทั้งหมดแล้ว ที่ผ่านมามีนักศึกษาเข้ามาใช้งานถึง 70% และคาดว่าจะทำครบทุกวิชาภายใน 3 ปี โดยวิชาที่เลือกมาทำก่อนจะเป็นวิชาพื้นฐานที่มีนักศึกษาเรียนจำนวนมาก

เช่น วิชาอารยธรรม ซึ่งนักศึกษาจะได้สัมผัสกับภาพ สีสัน ทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และน่าจดจำมากกว่าการเล็คเชอร์ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยกรุงเทพยังได้ใช้ระบบ "อี-เซอร์วิส" ครอบคลุมไปถึงผู้ปกครองของนักศึกษาด้วยผ่านโครงการ "Parent Access" ผู้ปกครองสามารถเรียกดูข้อมูลของนักศึกษาได้ผ่านทางเวบไซต์ สามารถเช็คตารางเวลาเรียนได้ว่าลูกหลานตัวเองอยู่ที่ไหน กำลังเรียนอะไรอยู่ พร้อมทั้งตรวจดูผลการเรียนได้อย่างเรียลไทม์

ลงทุนด้านระบบไปแล้ว หากอยากให้ครบถ้วน และสมบูรณ์จริงๆ ต้องทำสถานที่ให้รองรับกับระบบอี-เซอร์วิสที่เกิดขึ้นด้วย โจทย์ข้อนี้ คงไม่ยากเกินไป สำหรับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะคำตอบมีอยู่แล้ว

"อาคารนิเทศศาสตร์ คอมเพล็กซ์ ปองทิพย์ โอสถานุเคราะห์" ที่เพิ่งเปิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิตนั้น ว่ากันว่ามีเครื่องไม้เครื่องมือด้านไอทีครบครัน และทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยงบลงทุนทั้งด้านอุปกรณ์ และตัวอาคารรวมแล้วกว่า 800 ล้านบาท

อาจารย์ สมจิตต์ บอกว่า ภายในอาคารปฏิบัติการนิเทศศาสตร์ฯ ประกอบด้วยกลุ่มห้องต่างๆ หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มห้องปฏิบัติการถ่ายภาพ ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการล้างอัดขยายภาพ เพื่อการฝึกการสร้างภาพโดยการล้างอัด ขยายจากการถ่ายทำแบบพื้นฐานที่ใช้ฟิล์ม จนถึงการฝึกปฏิบัติการสร้างภาพจากกล้องถ่ายภาพดิจิทัล ห้องปฏิบัติการถ่ายภาพ หรือ Photography Studio

กลุ่มศูนย์ผลิตสื่อนิเทศศาสตร์ (The BUCA Media Production Center) ภายในศูนย์ฯ มีห้องบันทึกเสียงทั้งหมด 7 ห้อง เพื่อรองรับการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง การบันทึกเสียงผลงานสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อการบันทึกเสียงในระบบ Digi Design Protools หรือการบันทึกเสียงที่ต้องการห้องเสียงกว้างกว่าปกติ

พร้อมทั้งยังมีห้องตัดต่อเทปโทรทัศน์อีก 17 ห้อง ด้วยระบบดิจิทัล โดยจะใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในกระบวนการตัดต่อทั้งหมด ห้องจัดรายการวิทยุของมหาวิทยาลัย จะผลิตรายการวิทยุเพื่อออกอากาศในระบบ Radio Automation (RSC Software) ที่สามารถออกอากาศแบบอัตโนมัติได้ 24 ชั่วโมง

อาจารย์สมจิตต์ บอกว่า ระบบที่ว่านี้ทันสมัยเทียบเท่าคลื่นวิทยุเอไทม์มีเดีย ของแกรมมี่เลยทีเดียว

สตูดิโอสำหรับถ่ายทำรายการโทรทัศน์ 3 ห้อง สำหรับฝึกปฏิบัติงานด้านวิทยุโทรทัศน์ และการถ่ายทำรายการข่าว ซึ่งสามารถสร้างฉากเสมือนจริงได้ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Virtual Set และทุกห้องจะมีส่วนควบคุมแยก ซึ่ง Virtual Set นี้มีเพียงสถานีโทรทัศน์ไอทีวี และช่อง 9 เท่านั้นที่มีใช้อยู่ในขณะนี้

การเชื่อมโยงสัญญาณระบบโดยรวมของห้องปฏิบัติการนิเทศศาสตร์คอมเพล็กซ์ทุกห้อง ควบคุมโดยห้องควบคุมกลาง (MCR: Media Control Room) ซึ่งยังทำหน้าที่เป็นห้องสมุดภาพและเสียงเพื่อเก็บรวบรวมภาพวิดีโอ ภาพนิ่ง และเสียง เพื่อเอื้อต่อการโอนถ่ายข้อมูล และการจัดแปลงระบบ

กลุ่มห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ประกอบด้วยห้องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เครื่องแมคอินทอชทั้งหมดจำนวน 2 ห้อง เพื่อการเรียนการสอนด้านการผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ออกแบบจัดหน้าสิ่งพิมพ์ และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์แบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล สำหรับการเรียนการสอนงานกราฟฟิก ตกแต่งภาพ

คงไม่ธรรมดาแน่ๆ หากแหล่งผลิตปัญญาชนไทยที่อยู่ท่ามกลางเทคโนโลยีอันเชี่ยวกรากเช่นนี้ ได้เตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวเข้ามาตักตวงความรู้ไว้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์

เพราะนั่นหมายถึง ปัญญาชนไทยจะไม่ได้เดินออกไปพร้อมความรู้เท่านั้น แต่พวกเขายังพกความทันสมัย และมีความพร้อมที่จะเปิดรับเทคโนโลยีที่หลั่งไหลเข้ามาแทบจะทุกนาทีได้อย่างไม่พรั่นพรึง...


About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy
copyright @ 2004 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept.